ในวงการบันเทิงใช่ว่าจะมีแต่สาวๆ หุ่นเซ็กซี่ สูง ยาว เข่าดีเท่านั้น แต่เหล่าบรรดาดาราสาวไซส์มินิในวงการก็มีมากมายหลายคน ซึ่งแต่ละคนก็ความสามารถเริ่ด และดีกรีความแซ่บก็สามารถทำให้หนุ่มๆ ในระทวยได้ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ลองมาดู 10 ดาราสาวไซส์มินิที่ส่วนสูงไม่ถึง 160 ซม. แต่ความแซ่บเต็มร้อยกันเลยดีกว่า   ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง เป็นคนแรกที่หลายคนนึงถึงอย่างแน่นอน อย่างนางเอกสาว “ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง” ที่ถือเป็นสาวไซส์มินิที่ม่ส่วนสูง 154 ซม. แต่ความสามารถบวกกับความเซ็กซี่ของ “สาวออม” ก็ไม่แพ้สาวคนไหนคนวงการบันเทิงเช่นกัน เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่ก็ได้โกอินเตอร์ร่วมงานกับต่างชาติอยู่บ่อยๆ นะจ๊ะ   ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ดาราสาววัยใสที่แจ้งเกิดจาก “ฮอร์โมนวัยว้าวุ้น” ขวัญใจของหนุ่มๆ หลายคนที่ฝันอยากได้อาหมวยอย่าง “ฝน” มาเป็นแฟน เนื่องจากบุคลิคของ “ฝน” ไม่ใช่เพียงแค่น่ารัก สดใสอย่างเดียวเท่านั้น แต่ “ฝน” ยังแฝงความเซ็กซี่ไว้เต็มตัวกับส่วนสูงเพียงแค่ 157 ซม.อีกด้วย   เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ ถือเป็นนางเอกสาวร่างเล็กอีกคนหนึ่งของงวงการบันเทิง ที่เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ เกือบทั้งประเทศเลยก็ว่าได้ สำหรับ “สาวเต้ย-จรินทร์พร” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสามารถทางการแสดงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ “เต้ย” ยังเป็นนางเอกที่มีจิตใจดีอีกด้วย   ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน นักร้องลูกทุ่งเสมอหูสุดฮอต “ใบเตย” กับส่วนสูง 157 ซม. ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อเรื่องงานของเธอทั้งสิ้น เพราะ “สาวใบเตย” งัดทีเด็ดและความสามารถที่ตนเองมีออกมาโชว์ถึงความแซ่บ จนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างอ้าปากค้างกับความเซ็กซี่ของเธอไปตามๆ กัน   หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ สาวหวามอมเปรี้ยวคนนี้เธอก็มีทีเด็ดที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วยความโก๊ะ สดใส น่ารักแบบธรรมชาติ ตามสไตส์สาวไซร์สมินิที่ส่วนสูงเพียงแค่ 158 ซม. แต่ “หนูนา” ก็สามารถโชว์ลีลา ความสามารถให้หนุ่มๆ เคลิ้มมองตามเธอตาไม่กระพริบได้เช่นกัน   แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น ดาราสาวร่างเล็กน่ารัก อดีตกลุ่มพิธีกรรายการ “สตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก” ขวัญใจหนุ่มๆ หลายคนเช่นกัน แถมยิ่งเปลี่ยนลุคมาโชว์ความเซ็กซี่ตามสไตส์สาวมินิกับส่วนสูง 158
ถ้าพูดถึงเรื่องความเซ็กซี่ของผู้หญิง เชื่อว่าหน้าอกจะเป็นอันดับต้นๆที่ใครๆต้องนึกถึง และแน่นอนว่าหน้าอกของคนเราก็แตกต่างกันออกไป เล็กบ้าง ใหญ๋บ้าง แต่วันนี้จะพามาดูเหล่าดาราทีดูเผลินๆอาจจะเรียบๆ แต่หารู้ไม่ว่าซ่อนรูปไม่เบา จะมีใครกันบ้างไป   1. คิมเบอร์ลี่   2. แต้ว ณฐพร   3. พีค ภัทรศยา   4. ญาญ่า อุรัสยา   5. เบลล่า ราณี   6. เต้ย จรินพร   7. รถเมล์ คะนึงนิจ   8. น้ำฝน ศนันธฉัตร   9. ต้นหอม ศกุนตลา ที่มา: todayza
ตีแผ่ชีวิตของผู้หญิง ว่าการใช้ชีวิตของ ผู้หญิงนั้นจะลำบากยากแสนเข็นขนาดไหน ขอบอกเลยว่ามันตรงมากๆ ซึ่งจะมีเรื่องราวความลำบากของชีวิต ผู้หญิงเอามาให้ท่านลองชม ว่าจริงแค่ไหน เพราะผู้หญิงจะต้องมีสิ่งให้ต้องกังวลในเรื่องต่างๆมากมายในชีวิตประจำวัน เช่น ความสวยก่อนออกจากบ้าน ไหนจะเรื่องวันนั้นของเดือนอีก เราลองไปชมกันเลย บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ตรงกับผู้หญิงเป็นอยางมาก นี่แหละที่เขาบอกว่าเกิดเป็นผู้หญิงนั้นแสนลำบาก มีมากมายหลายเรื่องให้ต้องกังวล วันนี้เราก็มีภาพฮาๆมาฝาก มาดูกัน เป็นการรวมภาพการ์ตูนล้อเลียนเสียดสีที่ดูแล้วฮาจริงๆสำหรับการ์ตูนชุดนี้ที่เฟซบุ๊ค อีปุก นักวาดการ์ตูนล้อเลียนเสียดสีสังคมชื่อดังแห่งโลกโซเชียลได้มีการจัดทำขึ้นมา เป็นการตีแผ่ชีวิตความยากลำบากที่ผู้หญิงต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งหน้า ทำผม การเป็นประจำเดือนหรือการใช้ชีวิตประจำวันที่คุณผู้หญิงทั้งหลายดูแล้วจะต้องร้องอุทานบอกว่า นี่มันชีวิตตรูชัดๆ ขอบคุณรูปภาพจาก อีปุ๊ก
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีกระแสดราม่าว่า ดาราไทยขี้ป้อด ไม่กล้าเป็นทหาร ทั้งๆที่เป็นหน้าที่ของชายไทยทุกคน แต่กล้ายังไม่กล้า บอกเลยว่าคิดผิด นั้นเป็นแค่บางคนเท่านั้นที่ไม่กล้า ส่วนคนที่กล้าก็มี และนี่คือ 10 ดาราชายตัวจริง กล้าเป็นทหารรับใช้ชาติ   1. ศรราม เทพพิทักษ์   2. สมชาย เข็มกลัด   3. ฝันดี จรรยาธนากร / 4. ฝันเด่น จรรยาธนากร   5. ออย ธนา สุทธิกมล   6. เจสันยัง   7. ป๊อปปี้ เคโอติก   8. ลีโอ พุฒ   9. เอกรัตน์ สารสุข   เห็นมั้ยละคะ ใครว่าดาราไทยไม่กล้าไปเป็นทหาร ไม่จริ๊งไม่จริง ดาราชายไทยแท้แมนๆเค้าก็อยากไปเป็นทหารรับใช้ชาติกันทั้งนั้นแหละจ้า แต่ละคนนี่เท่ได้อีก พระเอกตัวจริงเลยแบบเนี๊ย!! ที่มา : ทวิตสีดำ
หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าผุ้หญิงมีบุญนั้นเป็นอย่างไรต้องมีนาดูกันเลย ซึ่งสาวๆหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้เเน่ๆ   ๑. ไม่บ่น เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น ความเป็น ไปของชีวิตนั้นขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเราเอง   ๒. ไม่กลัว เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำอะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น   ๓. ไม่ทำชั่ว เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อยใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เห็นถึงความเสียหาย หลายภพหลายชาติ เห็นถึง ผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคม อย่างมากมายมหาศาล   ๔. ไม่คิดมาก เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังแห่งความสงบ แห่งจิตแห่งใจ ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์ ความคิดทุกความคิด ล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกายใจ ไม่คิดเบิกความทุกข์ มาใช้ก่อน   ๕. รอได้ คอยได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่ใจร้อน ใจเร็ว เห็นถึงจังหวะ และโอกาสของชีวิต   ๖. อดได้ ทนได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทน ที่เป็นหนึ่งเป็นเลิศ มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว เห็นความสำเร็จทุกชนิดมาจากความอดทน อดทนอย่างมีความสุข   ๗. สงบได้ เย็นได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะเป็นสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่ร้อนรน
ใครกำลังไดเอตอยู่บ้าง? แต่ทำยังไงน้ำหนักก็ไม่ลงจากเดิมให้ชื่นใจเลย นั่นอาจเป็นเพราะคุณยังมีพฤติกรรมที่ทานแบบผิด ๆ อยู่ โดยเฉพาะมื้อเย็นที่กินแล้วเราก็แค่นอน หลายคนคิดว่าการทานผลไม้มื้อเย็นจะช่วยลดน้ำหนักลงได้ แต่หากคุณทานผิด ๆ เผลอไปทานผลไม้ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ก็ไม่ช่วยให้น้ำหนักลดหรอกนะ   แก้วมังกร (100 กรัม = 60 แคลอรี่) แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่มีกากใยสูงแถมแคลอรี่ต่ำ กินไปเพลิน ๆ ช่วยทำให้อิ่มท้องเลยทีเดียว หากใครที่เบื่อการทานแก้วมังกรเปล่า ๆ แล้ว ก็สามารถทานคู่กับผักสลัดอย่างอื่นได้ด้วยนะ   แตงโม (100 กรัม = 30 แคลอรี่) เพราะในแตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้คุณอิ่มท้องได้ง่าย ๆ หากอยากจะทานแบบเพิ่มความอร่อยอีกหนึ่งสเต็ปนั้น แนะนำให้แช่เย็นก่อน รับรองชื่นใจ!!   ส้ม (100 กรัม = 42 แคลอรี่) นอกจากส้มจะเป็นผลไม้ที่หลายคนเลือกทานเวลาที่ต้องการจะลดน้ำหนักแล้ว ส้มยังเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น และมีวิตามินซีสูงด้วย   มะละกอ (100 กรัม = 23 แคลอรี่) มะละกอสุก ถือว่าเป็นอาหารยอดฮิตของคนที่ท้องผูกเป็นประจำ เพราะเป็นผลไม้ที่ช่วยย่อย ทำให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น แถมแคลอรี่น้อยแต่อิ่มอร่อยสบายท้องแน่นอน   สตรอเบอรี่ (100 กรัม = 33 แคลอรี่) ถือว่าเป็นผลไม้ขึ้นชื่อเรื่องทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นได้ และสตรอเบอรี่ยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยนะ เพราะความหวานอมเปรี้ยวนั้นจะช่วยให้คุณอิ่มและอยากอาหารน้อยลง   บลูเบอร์รี่ (100 กรัม = 57 แคลอรี่) ในตระกูลเบอร์รี่ คงต้องยกให้บลูเบอร์รี่นี่แหละเป็นผลไม้ที่ช่วยเรื่องน้ำหนักได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูงมาก ช่วยให้รู้สึกอิ่มง่าย ๆ และช่วยเผาผลาญไขมันได้ด้วยนะ   แอปเปิ้ล (100 กรัม = 52 แคลอรี่) เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มและไม่อยากกินอาหารจุกจิก ซึ่งในแอปเปิ้ลมีกากใยสูง และมีสารที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในร่างกาย จึงทำให้แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะกับมื้อเย็นมาก ๆ  
โดยปกติแล้วเวลาที่ซื้อหา ครีมบำรุงผิว มาใช้นั้น คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยคำนึงถึงประโยชน์ของ ครีมบำรุงผิว เชิงลึกกัน มักจะมองเพียงส่วนผสมบางชนิดที่มีอยู่ภายใน ครีมบำรุงผิว เท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว ถ้าหากให้ความใส่ใจอีกนิด เลือกคุณสมบัติของ ครีมบำรุงผิว ให้มากอีกหน่อย เพียงเท่านี้ ครีมบำรุงผิว ที่คุณได้รับก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวพรรณได้อย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้นแล้ว ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีกก็ควรรู้เกี่ยวกับการบำรุงแบบไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีตามที่ต้องการ วันนี้ เราได้รวบรวมมาให้ดูแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ   1. ขัดผิวก่อนทาโลชั่นยิ่งได้ผลดีกว่าเดิม เคล็ดลับสำคัญของการบำรุงผิวนั่นคือทำให้ผิวสะอาดที่สุดก่อนการบำรุงผิว หมั่นขัดผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกไป พร้อมเผยผิวใหม่ที่เตรียมพร้อมรับสารอาหารจากโลชั่นบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี   2.ทาโลชั่นหลังอาบน้ำทันที เมื่ออาบน้ำเสร็จ แล้วควรเช็ดตัวให้หมาดๆพอ หยดเบบี้ออยล์เล็กน้อยทาให้ทั่วเรือนร่าง แขน ขาและลำตัว เบบี้ออยล์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว ผู้ที่ไม่ชอบความแหนะของเบบี้ออยล์ให้ทาโลชั่นบำรุงผิวหรือโลชั่นบำรุงผิวขาวเพิ่มอีกขึ้นตอนหนึ่งเพื่อให้เบบี้ออยล์ซึ่มเข้าสู่ผิวได้ดี ทั้งยังช่วยล๊อคความชุ่มชื่นคูณสอง ผิวขาวสุขภาพดีจะหนีคุณไปไหนได้   3. ทาครีมรอบดวงตาเป็นประจำ ริ้วรอยรอบตาเกิดได้ง่ายที่สุดในใบหน้า ซึ่งหากหน้ามีรอยตีนกาแล้ว ย่อมบ่งบอกว่าคุณแก่ขึ้นทุกๆวัน หันมาทาโลชั่นบำรุงรอบดวงตาหรือครีมทารอบดวงตาทาทุกวันเช้า-เย็น เพื่อชะลอการเกิดตีนกาและริ้วรอยรอบดวงตา   4. ทาโลชั่นกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกวัน หากวันไหนต้องออกจากบ้านหรือไปทำงานควรทาครีมกันแดดก่อนออกบ้าน 20 นาที หากโดนแดดเป็นเวลานานควรทาทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันผิวขาวๆโดยแสงแดดเผาไหม้ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการเจอแดดโดยตรง หาร่มหรือหมวกบังหน้าใว้ก็ดีนะ   5. หน้าหนาวเน้นทาโลชั่นไม่ให้ขาด หน้าหนาวสาวๆผิวแตก หากไม่อยากให้เห็นผิวลอกเป็นขุยๆ ผิวแห้งเป็นร่องแม่น้ำอเมซอน ให้ทาโลชั่นบำรุงผิวหรือครีมบำรุงผิวที่มีความเข้มข้นสูง ทาเช้าเย็นและระหว่างวันได้จะยิ่งดี หากผิวแห้งมากๆควรทาเบบี้ออยล์หลังอาบน้ำหรือทาเจลว่านหางจระเข้ เพื่อป้องกันอากาศเย็นๆที่ขโมยความชุ่มชื่นของผิวไป หน้าหนาวนี้เพียงทำตามนี้ผิวขาวใสของคุณจะชุ่มชื่นกว่าคนอื่นๆแล้ว   ขอขอบคุณที่มาจาก gangbeauty
ไม่ว่าจะจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องอยากมีกลิ่นตัวที่หอมตลอดทั้งวันอยู่แล้วละ ใครจะอยากมีกลิ่นตัวที่แรงว่าไหม? แต่มันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ตัวหอมตลอดทั้งวัน ยิ่งกับคุณสาวๆแล้ว เรื่องกลิ่นตัวถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ และแน่นอนว่าการมีกลิ่นตัวที่แรงทำให้ความมั่นใจของคุณติดลบ วันนี้ เลยมีเคล็ดลับง่ายๆที่จะช่วยให้คุณๆมีกลิ่นตัวที่หอมตลอดทั้งวัน แม้ว่าบางวันเหงือคุณจะเยอะมากแค่ไหน ไปดูกันเลย   1. อาบน้ำให้สะอาด :แน่นอนว่าข้อแรกต้องเริ่มที่ตัวเรา เอาตั้งแต่การอาบน้ำ สาว ๆ ควรรักษาความสะอาดของร่างกายเป็นประจำ ด้วยการอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เน้นถูสบู่ในบริเวณที่เกิดกลิ่นได้ง่าย เช่น รักแร้ ข้อพับ มือและเท้า รวมถึงสระผมเป็นประจำ และหมั่นกำจัดขนรักแร้ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นตัวได้   2. ใช้สารระงับกลิ่นกาย :น้อยคนมากที่จะเกิดมาโชคดีแบบไม่มีกลิ่นตัวแต่พวกเราต้องอาศัยสารระงับกลิ่นกายตลอดเวลา ใช้หลังจากการอาบน้ำ และใช้ซ้ำหากจำเป็น – ลองเลือกที่มีส่วนผสมของ deodorant และ antiperspirant หากคุณมีเหงื่อออกใต้วงแขนด้วย – สารระงับกลิ่นกายมาทั้งในรูปแบบแท่ง เจล หรือสเปรย์ คุณสามารถซื้อสารระงับกลิ่นกายจากธรรมชาติหรือทำเอง โดยใช้ผงฟูและน้ำมันมะพร้าว ใช้สารตัวที่คุณชอบและทำให้คุณมีกลิ่นหอมที่สุด – หากคุณใช้น้ำหอมหรือโคโลญจน์ อย่าใช้สารระงับกลิ่นกายที่มีกลิ่นแรงจนเกินไป เพราะคุณคงไม่อยากให้กลิ่นแรงๆ ทั้งหมดตีกันหรอก   3. น้ำหอมสำหรับผม :อย่าคิดว่ามันไม่สำคัญนะ เพราะน้ำหอมที่ใช้สำหรับผมโดยเฉพาะ จะไม่กลบกลิ่นหอมอื่นๆ ระหว่างวัน ถ้าไม่ให้อยากให้แต่ละกลิ่นแย่งซีนกัน ต้องลอง   4. ฉีดน้ำหอมตามจุดสำคัญ :ใช้น้ำหอมฉีดบริเวณจุดชีพจรต่าง ๆ เช่น ข้อพับแขน ข้อมือ ซอกคอ หรือบริเวณกลางหน้าอก จะช่วยให้กลิ่นหอมฟุ้งทั่วทั้งตัว แต่ระวังอย่าฉีดน้ำหอมมากเกินไปนะคะ เพราะอาจทำให้เหม็นฉุนมากกว่าหอมได้   5. ใส่เสื้อผ้าที่มีกลิ่นหอม :การสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดและมีกลิ่นหอมก็ช่วยให้คุณสาว ๆ ตัวหอมได้เช่นกันนะคะ ที่สำคัญไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่แน่นและอึดอัดเกินไป เพราะจะทำให้เหงื่อออกและเกิดกลิ่นตัวได้ นอกจากนี้การใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าโปร่งสบาย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน หรือผ้าไหม ก็จะช่วยระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น จึงไม่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ง่าย   6. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน :การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ จะมีฤทธิ์ในการกระตุ้นต่อมเหงื่อ รวมไปถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดผิวหนัง จึงทำให้เหงื่อออกมากขึ้นและเป็นสาเหตุของกลิ่นตัวได้นั่นเอง
เชื่อหรือไม่ว่า ตำแหน่งไฝสามารถบอกความมงคลในชีวิตของเราได้ ไฝเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย และวันนี้เราจะพาไปดู ตำแหน่งไฝมงคลนำโชคใครมีถือว่าดี จะมีตำแหน่งไหนบ้างไปดูกัน   ดั้งจมูก เป็นคนโชคดี วาสนาชะตาสูง สติปัญญาดีเอาตัวรอดได้ ทำธุริกจก้าวหน้า มีคุณธรรม   ปลายจมูก มีความสมบูรณ์ จะมีคู่หลายคนร่าเริง รักสวยงามเป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เป็นนักรัก   ข้างจมูกขวา วาสนาดี มีความเพียร มีสติปัญญาหลักแหลม ชีวิตราบรื่น   ข้างจมูกซ้าย มีโภคทรัพย์ ได้รับมรดก รักความสงบ มีศิลธรรมประจำใจ มีโชคลาภเสมอ   ริมฝีปาก เจรจาพาทีเป็นที่ถูกใจของคน ทำราชการก้าวหน้า ทำการค้าดีมาก หรือเป็นนักการเมืองก็ดี มีอำนาจวาสนา   ริมฝีปากบนซ้ายและขวา เป็นผู้มีวาสนา ชะตาสูงมาก จะพบคู่ครองที่พึ่งอาศัยได้ดี ตัวเองเป็นคนช่างพูด ดึงดูดเพศตรงข้าม ใครเห็นใครรัก มีเงินทองใช้ฟุ่มเฟือย   ริมฝีปากล่างซ้ายและขวา หุนหัน โมโหร้าย ไม่มีเหตุผลโบราณท่านให้เอาออกเสีย จุดและไฝ ริมฝีปากบนซ้ายและขวาชาย มักเจ้าชู้ แต่งตัวน่าเชื่อถือ เป็นนักประชาสัมพันธ์ดีมาก   หน้าผาก ใจกุศล ดาวพลูโต มีศิลธรรมดี ชอบสะสม และมีณาญหยั่งรู้   แก้มขวา มีวาสนาดี จะไม่ยากจน เป็นครูอาจารย์ มีผู้นับถือมาก   แก้มซ้าย วาสนาดี แต่ค่อนข้างเจ้าชู้ มักมีความคิดเห็นแหวกแนว จะได้รับมรดกจากญาติผู้ใหญ่   โหนกแก้มซ้าย มีผู้อุปถัมภ์คำชู ใจกว้างชอบทำบุญ   คิ้วขวา มีเสน่ห์ รักสวยรักงาม เป็นที่ถูกตาต้องใจของต่างเพศ เจรจาพาทีไพเราะ ถ้าอยู่หัวคิ้วมีอารมณ์ทางเพศรุนแรง ปลายคิ้วจะขี้อาย   คิ้วซ้าย ถ้าอยู่ตรงหัวคิ้ว จะดี มีความคิดในทางค้าขาย เป็นนักธุรกิจติดต่อสังคมเก่ง ทันคน หางคิ้ว จะมีโอกาสรวยได้มาก แต่ใช้เงินเก่ง
เรื่องผ้าอนามัย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นี่เป็นอุทาหรณ์ที่ผู้หญิงทุกคนควรศึกษาไว้เป็นอย่างมาก มนุษย์เราน่ะ ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา ไม่เกิดขึ้นกับตัวก็จะไม่ยอมเชื่อฟัง แต่เรื่องนี้ ให้เจอกับตัวก่อนไม่ได้ เพราะ ว่ามันสายเกินไปหน่อย เรียนรู้ ศึกษากันไว้ก่อน จะดีกว่า เพราะผ้าอนามัยแบบสอดที่เธอมองว่ามันก็อนามัย ปลอดภัย ความจริงสร้างอันตรายได้มากมาย! เจ้าของเรื่องนี้ เป็นนางแบบสาวจากอเมริกา อายุอานามไม่ถึง 25 ปี ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์ ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี แต่ก็เพราะผ้าอนามัยแบบสอดนี่แหละที่นับเป็นเหมือนฝันร้ายของเธอ เนื่องจากมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องสูญเสียขาไปหนึ่งข้างอย่างไม่มีวันคืนกลับ โดยคืนก่อนเกิดเรื่อง เธอใช้ผ้าอนามัยแบบสอดยี่ห้อประจำ ไปงานวันเกิดเพื่อน แต่รู้สึกเหมือนมีไข้ เลยขอตัวกลับก่อน เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็ล้มตัวลงนอน ตื่นมาอีกทีคือหมากำลังเห่า แม่กำลังกระวีกระวาดอยู่หน้าบ้านของเธอพร้อมกับตำรวจเพราะไม่รู้ว่าลูกสาวหายไปไหน นั่นหมายความว่าเธอนอนหลับไปนานมาก นานจนทุกคนคิดว่าเธอหายไป เมื่อเรื่องราวจบ พบเธอเป็นปกติ เธอก็จัดการทุกอย่างก่อนจะกลับเข้านอนอีกครั้งตามเวลาปกติของเธอ จนวันต่อมา แม่ของเธอมาเจอเธอนอนฟุบอยู่กับพื้น จึงรีบพาเธอส่งโรงพยาบาล ด้วยไข้สูงมากกว่า 41.6 องศาเซลเซียส! ระบบภายในล้มเหลว หัวใจวาย เนื้อเยื่อตายหมด และผู้เชี่ยวชาญด้านเชื้อโรคก็ได้สรุปทันทีว่าเธอเป็นโรค Toxic Shock Syndrome (TSS) ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างรุนแรง เป็นเชื้อที่พบได้ในช่องคลอด และถ้าช่องคลอดมีแผล แบคทีเรียจะสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ ผ้าอนามัยแบบสอดนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะการสอดใส่ไว้นาน อาจทำให้เกิดการบาดจนเกิดแผล และเชื้อโรคที่เพาะอยู่ในผ้าอนามัยก็จะเข้าสู่ปากแผลนั้นอย่างง่ายดาย เธอต้องนอนอยู่โรงพยาบาลในอาการโคม่า พูดไม่ได้ สายยางเต็มร่างไปหมด เธอติดเชื้อรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขาเริ่มเน่า สุดท้าย แพทย์ต้องตัดสินใจที่จะตัดขาขวาของเธอทิ้งไป เพราะหากไม่ทำ เชื้อก็อาจลามไปยังส่วนอื่น ก่ออันตรายให้มากขึ้นได้นับไม่ถ้วน เรื่องนี้จึงนับเป็นอุทาหรณ์ที่ดี ที่จะทำให้สาวๆ ดูแลตัวเองให้มากขึ้นนะ แม้คนไทยจะไม่ได้นิยมแบบสอด แต่ผ้าอนามัยแบบแปะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง ถ้าปล่อยให้สกปรก ก็เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคไม่ต่างกัน วันใดวันหนึ่งหากเชื้อนั้นแข็งแรง ก็มีสิทธิ์ที่มันจะปีนขึ้นไปไหลตามกระแสเลือดของเธอได้เช่นกัน เปลี่ยนทุก 4-8 ชั่วโมงจะดีที่สุดนะ อย่าหมักหมม!